Diary

ฉันชอบเขียนไดอารี่

การที่เราได้ระบายหรือได้บอกใครมันเหมือนได้ปลดปล่อยอะไรบางอย่าง เวลาที่เราเครียดบางทีเราบอกใครไม่ได้ ไม่อยากให้ใครต้องมาเครียดไปกับเราตอนแรกก็ไม่รู้จะทำยังไงให้ความรู้สึกไม่ดีมันหายไป สุดท้ายแล้วก็ไปเจอวิดีโอหนึ่งเขาบอกว่าสิ่งที่ทำให้เราลดความเครียดลงได้วิธีหนึ่งคือการเขียนระบายมันลงไป ก็เลยลองทำดูแล้วรู้สึกว่ามันดีขึ้น เราได้ระบายมันออกมา วันไหนที่เรามีความสุขเราก็เขียนเอาไว้ วันไหนที่เราทุกข์เราก็ขียนเอาไว้ วันหนึ่งกลับมานั่งอ่านทำให้รู้สึกว่าเราเจออะไรมาบ้าง เรื่องอะไรที่ทำให้เราทุกข์ เรื่องอะไรที่ทำให้เรามีความสุข ได้กลับมาทบทวนตัวเอง หรือบางทีเราทำอะไรที่ไม่ดีเป็นเรื่องที่เราทำผิดพลาดรู้สึกผิดต่อคนอื่นก็จะเขียนเอาไว้เตือนตัวเอง เหมือนสารภาพบาปออกมา เราจึงชอบการเขียนไดอารี่มากๆ มันทำให้รู้สึกมีเพื่อนคู่ใจที่คอยรับฟังเรื่องต่างๆของเราโดยที่เขาไม่บ่นหรือรำคาญเราเลย

Onikiri

ฉันชอบBNK48

ฉันชอบbnk48ตั้งแต่ได้ดูเกมโชว์เป็นรายการ bnk48 show ตั้งแต่นั้นก็เริ่มจำชื่อได้แล้วก็เริ่มติดตามมากขึ้น ดูรายการต่างที่มี bnk48 ดูไปเรื่อยๆทำให้รู้สึกว่าเราสดใสไปพร้อมกับพวกเขา แต่ละคนจะมีคาแรคเตอร์แตกต่างกันไป พื้นฐานการเต้นการร้องเพลงไม่เหมือนกันจึงทำให้รู้สึกตื่นเต้นทุกครั้งที่เห็นแต่ละคนมีพัฒนาการที่ดีขึ้นเริ่มเต้นได้เริ่มร้องได้ จากที่บางคนไม่มีพื้นฐานตรงนี้เลย ก็เลยชอบเพราะเวลาที่เราดูพวกเขาเรามีความสุขจากที่เรารู้สึกเศร้าก็อารมณ์ดีขึ้นมาได้ เราได้กำลังใจจากพวกเขาในการทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งตามความฝันของเรา กำลังใจในการใช้ชีวิตเวลาที่เราท้อกับอะไรบางอย่าง พวกเขาคือแรงบัลดาลใจที่ดีและทำให้ทัศนคติของเราเริ่มเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น ครั้งหนึ่งเราเคยเศร้ามากๆ กินข้าวไม่ได้กินไม่ลง น้ำหนักก็ลดลง ไม่มีกำลังใจ ท้อทุกอย่าง พอดูพวกเขาแล้วรู้สึกว่าเราได้กำลังใจ ได้เปลี่ยนมุมมอง พวกเขาบางคนอายุน้อยกว่าเราแต่เขามีทัศนคติที่ดีมาก เขาเข้ามาฝึกต้องท้อมาไม่รู้กี่ครั้ง ต้องพยายามหลายครั้งกว่าจะทำสิ่งที่เขาตั้งไว้สำเร็จ ทำให้กลับมามองตัวเองเลยว่าปัญหาของเรามันแค่เล็กน้อย มันสามารถแก้ไขปัญหาต่างๆได้แค่เราเปลี่ยนความคิดและพยายามให้มากกว่านี้ ตอนนี้รู้สึกดีที่ได้ติดตามพวกเขา และอยากติดตามไปเรื่อยๆ

พรรคเพื่อเต็น
ความสุข
ความสุข
ความสุข
ปูเป้

หลงไหลในการถ่ายภาพ

ฉันชอบถ่ายรูป

ฉันก็จำความไม่ได้แล้วอีกเหมือนกันว่าฉันชอบถ่ายรูปตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่เท่าที่จำได้คือเพราะรุ่นน้องคนหนึ่งถ่ายรูปฉันและมันสวยดีและเวลาฉันปรึกษาเรื่องการถ่ายรูปน้องเขามักจะมีความคิดหรือแนวคิดใหม่ๆทำให้ฉันชอบในการถ่ายรูปและนั่นคือจุดเปลี่ยน คือฉัน อยากถ่ายรูปเป็นบ้างฉันเลยยอมทำงานระหว่างเรียนเพื่อเก็บตังค์ซื้อกล้องตัวแรกของฉัน จนฉันได้ กล้องหน้าหลังจากนั้นฉันก็เริ่ม ไปหาที่ถ่ายรูป เช่นถ่ายวิวธรรมชาติถ่ายคน ฉันก็คิดว่าจะเริ่มเอาจริงเอาจังทางด้านนี้ ก็ฝึกถ่ายไปเรื่อยๆจนวันนึงฉันได้เป็นตากล้องของโรงเรียน และระหว่างก่อนเรียนจบฉันก็ได้ตัดสินใจเรียนเกี่ยวกับการถ่ายรูปหรือเรียนอะไรก็ได้ที่มันได้ถ่ายรูปเพราะฉันชอบมากเสน่ห์ในการถ่ายรูปคือเราได้เก็บความทรงจำ ไว้ระหว่างทางที่เราได้ไปไหนมาไหนและได้จดจำสถานที่ ที่นั้นๆว่ามันได้มีการเปลี่ยนแปลงอะไรบ้างของช่วงเวลานั้นจนถึงปัจจุบันชอบบันทึกเรื่องราวต่างๆระหว่างทางจนฉันได้เข้ามาเรียนนิเทศศาสตร์ได้เจอผู้คนได้เจอแนวคิดใหม่ๆ ทำให้ฉันหลงใหลในการถ่ายรูปฉันชอบสีหน้าแววตาของผู้คนเวลายิ้มผ่านกล้อง มันดูมีเสน่ห์ดี

สาดน้ำใส่เพื่อน
/ฝึกซ้อม
รดน้ำ
ฝึกซ้อม
ฟ้าหลังฝน

music of my life

 

ฉันชอบเล่นดนตรี

ฉันชอบเล่นดนตรีตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้แต่เท่าที่จำความได้ ฉัน เคยดูหนังเรื่องหนึ่งที่มีชื่อว่า SuckSeed เรื่องนั้นมันทำให้ฉันเริ่มมีแรงบันดาลใจด้านการเล่นดนตรี เพราะมันเป็นจังหวะที่ฉันอยู่มอต้นแล้วฉันก็คิดว่าดนตรีมันทำให้เท่และมีเสน่ห์ ถ้าฉันเล่นมันได้มันคงจะดีกับฉันมากแน่ๆเลย หลังจากนั้นประมาณ 2 เดือนฉันเริ่มเก็บตังค์เพื่อซื้อกีต้าร์ มาฝึกซ้อมหรือหัดเล่นตั้งแต่แรกก่อนไปซื้อก็ไม่รู้ว่าจะเล่นได้หรือเปล่าเพราะไม่รู้ทฤษฎีไม่รู้คอร์ดอะไรเลย ซื้อมาแรกๆก็ลองฝึกเล่นแบบที่ไม่รู้อะไรเลย ทำให้ท้อและหมดหวังเพราะมันยากมาก หลังจากนั้นฉันก็ทิ้งมันไปเลยไม่ได้สนใจไม่ได้ยุ่งไม่ได้แตะ แต่มีวันหนึ่งมีเพื่อนที่โรงเรียนแต่กีตาร์มาแล้วนั่งเล่นกันเป็นวงฉันเห็นจากไกลๆฉันดูมีความสุขดีดูสนุกสนานอยู่กับกลุ่มเพื่อน หลังจากวันนั้นฉันก็กลับบ้านมาทบทวนหาวิธีที่จะได้เล่นกีต้าร์ให้เป็นให้ได้เหมือนเพื่อน จนวันนึงฉันเริ่มเล่นกีตาร์ได้พอสมควรพออยู่ตัวหลังจากนั้นก็มีเพื่อนมาชวนเข้าวงเพื่อนเล่นดนตรีด้วยกันในงานวันเด็ก นั่นก็เป็นอีกจุดหนึ่งที่ทำให้ฉันเริ่มจะจริงจังทางด้านดนตรีและอยากพัฒนามันไปต่อเรื่อยๆให้ดีขึ้นกว่าเดิม หลังจากนั้นฉันก็ซ้อมกันมาเรื่อยๆกับวงที่โรงเรียนทำให้เราเล่นดีขึ้นเรื่อยๆจนที่โรงเรียนเริ่มให้เราขึ้นไปเล่นดนตรีในกิจกรรมทุกๆงานของโรงเรียน และมีวันหนึ่งมันมีการแข่งขันการประกวดดนตรีของรายการหนึ่งเราก็ได้ร่วมเข้าไปแข่งขันสรุปผลว่าเราเข้ารอบ 32 ทีมจาก 500 ทีม มันเป็นจุดเล็กๆที่ทำให้เรามีกำลังใจมากขึ้นกว่าเดิม ทำให้เรารู้ว่าดนตรีมันคืออะไรและเราได้รู้จักเพื่อนรู้จักสังคมดนตรีมากขึ้น และพอถึงช่วงนึงของมอปลายฉันจะฉันจะต้องจบมอหกแล้วและคงไม่ได้เล่นดนตรีกับเพื่อนวงนี้อีกแล้วมันทำให้เพื่อนและฉันเศร้ากันและแบบว่าไม่อยากจากกันไปเลยอยากเล่นดนตรีกันแบบนี้มีความสุขแบบนี้ไปเรื่อยๆครั้งสุดท้ายที่เล่นดนตรีด้วยกันตอนมอปลายคืองานปัจฉิมนิเทศ มันเป็นงานที่เล่นเพื่อเลี้ยงอำลาพอเราเล่นเสร็จหลังจากนั้นเราก็ไม่ค่อยได้เล่นด้วยกันอีกเลยเพราะต่างคนต่างทำความฝันในทางที่ตัวเองชอบทำให้ฉันเลิกเล่นไปเลยและเพื่อนๆก็เลิกเล่นไปเลย ช่วงระหว่างที่เลิกเล่นทำให้ชีวิตฉันมันดูน่าเบื่อมากๆไม่มีสีสันในชีวิต จนฉันเข้ามหาลัยและก็มีรุ่นน้องคนหนึ่งที่อยู่คณะเดียวกันมาถามว่าเล่นดนตรีด้วยกันไหมตอนแรกฉันก็ยังไม่รับปากตอบตกลงเพราะว่ากลัวว่าจะไม่มีคนจริงจังกับเราฉันจึงไม่ได้สนใจอะไรหลังจากนั้นมาไม่กี่เดือนมันจะมีงานบายเนียร์และรุ่นพี่ก็หาวงเล่นงานบายเนียร์ไม่มีวงไหนเล่นสรุปฉันก็ต้องเล่นเพราะรุ่นน้องคนนั้นมาชวนฉันก็ได้เล่นหลังจากวันงานบายเนียร์ที่ได้เล่นไปแล้วถ้ารู้สึกว่าความสุขมันเริ่มกลับมาอีกครั้งอยากจะเล่นกีตาร์เล่นดนตรีอีกครั้ง ระหว่างนั้นฉันก็ซ้อมดนตรีไปเรื่อยเล่นดนตรีไปเรื่อยระหว่างเรียนมหาลัย และมีวันหนึ่งน้องก็พาฉันไปออดิชั่นที่ร้านนั่งชิว จนได้เล่นที่ร้านนั้นแล้วก็มีรายได้ระหว่างเรียนทำให้ฉันดีใจมากดนตรีไม่ทำร้ายใครแถมยังทำให้เรามีความสุขฉันรักมัน

ฝึกซ้อม
มอง
ฝึกซ้อม
แค่หลับตา
ฝึกซ้อม
ส่งยิ้ม

เด็ดจนต้องร้องว่า Umei!!!

ร้านเด็ด ตลาดศรีย่านงานนี้ต้องไปลองกับร้านบะหมี่หัวโต ร้านบะหมี่แสนอร่อย มีทั้งบะหมี่หมูแดง หมูกรอบ และยังมีไก่เทริยากิ กับซี่โครงหมูอบงานนี้บอกเลยว่า อร่อยเด็ดซะใจ แต่ทีเด็ดของร้านนี้อยู่ที่ เส้นบะหมีที่ทำสดๆ ทุกวันและที่สำคัญเส้นบะหมี่ร้านนี้มีความใหญ่กว่าเส้นบะหมี่ธรรมดาทั่วไป ทำให้ได้ชื่อร้านว่า บะหมี่หัวโต นั้นเอง นอกเหนือจากเส้นที่อร่อยสดใหม่ทุกวัน ขอบอกเลยว่าแอดมินชื่นชอบหมูกรอบของร้านนี้มากกกกกก เพราะหมูกรอบของร้านนี้เรียกได้ว่า อร่อยจนต้องร้องว่า Umei!!! ออกมาดังๆ เลยทีเดียว เพราะโดยปกติแล้วหมูกรอบที่แอดมินเคยกิน ไม่ว่าจะเป็นกระเพรา ข้าวผัด หรือแม้กระทั้งบะหมี่เอง ก็มักจะเจอแต่หมูกรอบที่แข็งและเหนียวมากๆ ชนิดที่ว่าใครใส่เหล็กดัดฟัน เหล็กสามารถหักได้ ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ แต่!!! สำหรับหมูกรอบที่ร้านบะหมี่หัวโตนั้นสามารถลบความคิดของแอดที่ว่าหมูกรอบมันแข็ง หมูกรอบมันเหนียว หมูกรอบมันไม่อร่อย! ความคิดเหล่านี้มันหายไปหลังจากที่แอดได้มาเจอหมูกรอบที่ร้านบะหมี่หัวโต เพราะหมูกรอบที่ร้านนี้มันอร่อยมาก!!! หนังที่มีความกรอบกำลังพอดี ไม่แข็ง และไม่เหนียวจนเกินไป และเนื้อหมูที่ยังมีความช่ำของเนื้อ และ ความช่ำของไขมัน ทำให้ได้หมูกรอบที่เรียกได้ว่านี้เหละคือหมูกรอบที่แท้จริง!!! อร่อยเด็ดจนต้องบอกต่อเลยจริงๆ!!! ถ้ามาร้านนี้แอดขอแนะนำเมนูนี้เลย บะหมี่แห้งหมูกรอบ รับลองว่าใครที่ชอบหมูกรอบต้องติดใจแน่ๆ

ถ้าชื่นชอบจริงต้องมาลองนะจ๊ะ
ใครชื่นชอบบะหมี่หมูกรอบต้องลอง!!

traditional Thai song

ดนตรีที่บ่งบอกถึงความเป็นไทยสงบเยือกเย็น
ฟังแล้วรู้สึกผ่อนคลาย
บทเพลงที่ไพเราะเสนาะหู

อย่างที่บอกไปว่าส่วนตัวเป็นคนที่ชอบความเป็นไทยอยู่แล้วและเป็นคนที่ชอบฟังเพลงมากเหมือนกัน เวลานั่งรถไปไหนมาไหนก็จะเปิดเพลงฟังตลอดและเพลงที่ชอบฟังก็คือดนตรีบรรเลงเพลงไทยเดิม แม้จะเป็นแค่เสียงดนตรีแต่สามารถบอกอะไรเราได้หลายอย่าง ให้อารมณ์ที่ฟัแล้วแตกต่างกันออกไป เป็นดนตรีที่มีเสน่ห์และมีเอกลักษณ์ของความเป็นไทยอย่างชัดเจน ทำให้เราผู้เป็นคนฟังเพลิดเพลินและรู้สึกอินไปกับดนตรีบรรเลงนั้นและในแต่ละเพลงบ่งบอกถึงความประณีตของการเล่นดนตรีในสมัยก่อนได้เป็นอย่างดี ที่แม้จะเชื่องช้า ซึ่งเปรียบเหมือนกับการใช้ชีวิตของผู้คนในยุคนั้นที่ไม่เร่งรีบ ค่อยเป็นค่อยไป เรียบง่ายแต่ไพเราะ ซึ่งแตกต่างจากปัจจุบันอย่างเห็นได้ชัดทาดนตรีมีความเร่งรีบ เหมือนกับผู้คนในยุคนี้ ที่ใช้ชีวิตอย่างเร่งรีบ แข่งขันและหาความสงบไม่ได้ นี่จึงเป็นอีกฟนึ่งเหตุผลที่ทำให้หนูชอบฟังเพลงไทยเดิมค่ะ

ฉันชอบละครทวิภพ

ละครที่ฉันชื่นชอบ
ทวิภพ
งดงาม

โดยปกติแล้วส่วนตัวเป็นคนชอบอะไรที่เป็นโบราณอยู่แล้วไม่ว่าจะเป็นเครื่องแต่งกาย ขนบธรรมเนียม จนกระทั่งกิริยามารยาทในสมัยก่อน ซึ่งเรื่องทวิภพก็เป็นหนึ่งเรื่องที่เล่าถึงในสมัยรัชกาลที่5 ดูแล้วเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปในอดีต ทำให้เรารู้ถึงความเป็นมาของการเสียดินแดนให้กับต่างชาติ อีกทั้งยังทำให้รู้ว่าความเป็นอยู่ของคนในสมัยก่อนนั้นแตกต่างจากปัจจุบันอย่างไร การพูดจาก็แตกต่างออกไปอย่างเห็นได้ชัด หนูดูละครเรื่องนี้หลายรอบมาก จะดูกี่ครั้งก็ไม่เคยเบื่อและยังเป็นละครที่ถือว่าชอบมากที่สุดเลยก็ว่าได้ แม้ปัจจุบันจะมีละครหลายเรื่องก็ตาม ละครเรื่องนี้ทำให้หนูอยากจะอนุรักษ์ความเป็นไทยให้อยู่คู่กับคนไทยไปนานๆแม้ยุคสมัยจะเป็นแปลงไปมากแค่ไหนก็ตาม เมื่อนึกย้อนกลับไปแล้วุสมัยก่อนแม้จะไม่ได้มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายเหมือนสมัยนี้ แต่ทุกอย่างดูสงบ ไม่วุ่นวายเหมือนปัจจุบันนี้ ชีวิตริมน้ำ ใช้น้ำในการสัญจร ไม่ก่อให้เกิดมลภาวะต่างๆอีกด้วย

<img